logo


ลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับ อ.แม่เมาะ

มะลิวรรณ นาควิโรจน์  หนึ่งในคนที่ต้องเดินทางมาที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อขุดทอง  แต่แล้วสิ่งที่เธอได้กับโรงไฟฟ้าคือความไม่มั่นคงในชีวิตและครอบครัว  จังหวะก้าวและความหวังต้องจบลงชีวิตพวกเขาที่เดินทางมาที่นี่ ดีที่สุดคือมนุษย์เงินเดือน ชีวิตใหม่ที่ต้องผูกไว้กับบริษัทและถ้ามีปัญหา “ซองขาว” เป็นเงื่อนไขสุดท้าย  ชาวบ้านและผู้แสวงโชคต่างคิดไปถึงความเจริญข้างหน้าคิดถึงความร่ำรวย ความสะดวกสบาย ชีวิตและสังคมใหม่ที่ดีกว่า แต่จากวันที่ก่อเกิดโรงไฟฟ้าเหมือนวันที่ดอกไม้ที่ออกมาใหม่ๆ และค่อยๆ ผลิบาน ในที่สุดก็ถึงวันที่ดอกผลบานเต็มที่ ความหวังและการรอคอยที่ยาวนานเมื่อถึงวันผลิบานเต็มที่พวกเขาเห็นแล้วว่า “มันไม่ใช่” จะย้อนกลับไปคงยาก

ปี พ.ศ.2497

เหมืองถ่านหินแม่เมาะเปิดดำเนินการโดยสามารถขุดลิกไนต์ได้ 22,000 ตันต่อปี ปัจจุบันเป็นเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยขนาดพื้นที่ 23,000 ไร่  ภายในปี พ.ศ. 2578 เหมืองแม่เมาะจะเป็นเหมืองที่ลึกที่สุดในภูมิภาคโดยมีความลึก 400-450 เมตรและจะลึกที่สุดในโลกเมื่อมีความลึกถึง 600 เมตร

ปี พ.ศ.2515

ธนาคารพัฒนาเอเชียอนุมัติเงินกู้จำนวน 23 ล้านเหรียญสหรัฐให้โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ปี พ.ศ.2518

ธนาคารพัฒนาเอเชียอนุมัติเงินกู้จำนวน 24.2 ล้านเหรียญสหรัฐให้โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ปี พ.ศ. 2521

โรงไฟฟ้าลิกไนต์หน่วยแรกกำลังการผลิต 75 เมกกะวัตต์ เปิดดำเนินการ

ปี พ.ศ. 2522

หน่วยงานการส่งออกเพื่อการพัฒนาแห่งแคนาดาร่วมกับธนาคารแห่งมอลทรีออลให้เงินกู้ 15,580,000 เหรียญแคนาดา  เพื่อสนับสนุนการติดตั้งหน่วยการผลิตที่ 3 ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ธนาคารพัฒนาเอเชียอนุมัติเงินกู้จำนวน 24.2 ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 4

ปี พ.ศ. 2523

ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้จำนวน  71 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อขยายกำลังการผลิตลิกไนต์เพิ่มเป็น 2.8 ล้านตันต่อปีซึ่งทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 375 เมกกะวัตต์

ปี พ.ศ. 2524  พ.ศ. 2525  พ.ศ. 2528   และ พ.ศ.2530

หน่วยงานการส่งออกเพื่อการพัฒนาแห่งแคนาดาให้เงินกู้ 138,700,000 เหรียญแคนาดาเพื่อสนับสนุนการขยายโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ปี พ.ศ.2527

ธนาคารพัฒนาเอเชียอนุมัติเงินกู้จำนวน 122.6 ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 8 ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้จำนวน  59ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อขยายการผลิตลิกไนต์เพิ่มเป็น 5 ล้านตันต่อปี  ซึ่งทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 825 เมกกะวัตต์

ปี พ.ศ.2529

ธนาคารพัฒนาเอเชียอนุมัติเงินกู้จำนวน 122.6 ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 9

ช่วงปี 2523-2531

หน่วยงานความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแห่งออสเตรเลียให้การสนับสนุนเงินกู้แก่โครงการขยายเมืองลิกไนต์และโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เงินกู้ทั้งหมดประมาณ 13 ล้านเหรียญสหรัฐพร้อมกับผลกำไรจากการค้าอีก 175 ล้านเหรียญสหรัฐไหลเข้ากระเป๋าของกลุ่มอุตสาหกรรมถ่านหินของออสเตรเลีย

ปี พ.ศ. 2535

ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งสหรัฐและหน่วยงานการส่งออกเพื่อการพัฒนาแห่งแคนาดาสนับสนุนเงินกู้ 96.5 ล้านเหรียญแคนาดา เป็นสัญญาให้กับบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ABB  เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ให้แก่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ในเดือนตุลาคม 2535  เกิดเหตุการณ์มลพิษจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์  ที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทั้ง 11 หน่วยการผลิตของโรงไฟฟ้า 2,025 เมกกะวัตต์  โรงไฟฟ้าเหล่านี้ไม่ได้ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ ค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์สูงถึง 3,418 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง  (ค่ามาตรฐานอยู่ที่  780 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง)   ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและพืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ในพื้นที่ 40 หมู่บ้านรอบโรงไฟฟ้า คนจำนวนนับพันล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ โรงไฟฟ้าแม่เมาะกลายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซต์แหล่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

dead maemao

ขอขอบคุณภาพจาก facebook “เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ”

ปี พ.ศ. 2536

กองทุนความร่วมมือโพ้นทะเลของญี่ปุ่นสนับสนุนเงินกู้เพื่อติดตั้งเครื่องมือดักจับซัลเฟอร์ให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 8-11

ปี พ.ศ. 2537

หน่วยงานรัฐบาลนำโดยวิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มโครงการวิจัยด้านมลพิษทางอากาศและผลกระทบด้านสุขภาพที่แม่เมาะ เป็นงานวิจัย 4 ปี โดยศึกษากลุ่มประชากรขนาดใหญ่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งมีอาการเจ็บป่วยในพื้นที่

ปี พ.ศ. 2539

โรงไฟฟ้าแม่เมาะขยายกำลังการผลิตเป็น 2,625 เมกกะวัตต์ จาก 13 หน่วยการผลิตในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2539  ชาวบ้าน 6 คนในพื้นที่แม่เมาะเสียชีวิตจากโรคโลหิตเป็นพิษซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับเอามลพิษเข้าไป

ปี พ.ศ. 2541

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ปลดระวางโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 1-3  ในเดือนสิงหาคมเหตุการณ์มลพิษจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์ที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเกิดขึ้นอีกครั้ง  เนื่องจากไม่มีการติดตั้งเครื่องดักจับซัลเฟอร์ บางเครื่องที่มีการติดตั้งแล้วไม่ทำงานและอยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุง เหตุการณ์นี้ทำให้พืชผลของชาวบ้านเสียหายอย่างรุนแรง คนจำนวนนับพันล้มป่วยลงและมากกว่า 600 คนต้องทนทุกข์กับโรคทางเดินหายใจ

ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะดำเนินการฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยนำคดีขึ้นสู่ศาล

ปี พ.ศ. 2543

ผลการศึกษามาพิษทางอากาศและผลกระทบด้านสุขภาพที่แม่เมาะซึ่งดำเนินการเป็นเวลา 4 ปี ระบุว่า มลพิษทางอากาศที่แม่เมาะก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อประชาชนที่อาศัยอยุ่ในพื้นที่โดยรอบเหมืองและโรงไฟฟ้า ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินหายใจของประชาชนพื้นที่แม่เมาะมีอัตราสูงกว่ากลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งกำเนิดมลพิษจากซัลเฟอร์ไดออกไซต์ แม้ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องดักจับซัลเฟอร์ได้ออกไซต์และอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคทางเดินหายใจของประชากรในพื้นที่แม่เมาะยังคงมีอยู่

ปี พ.ศ.2544

ธนาคารพัฒนาเอเชียให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางเทคนิคจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ปี พ.ศ. 2545

ชุมชนแม่เมาะ จัดตั้ง “เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ”   เพื่อทำงานรณรงค์เรียกร้องและปกป้องสิทธิ์ชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของการพัฒนาเหมืองและโรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่แม่เมาะ

การศึกษาที่จัดทำโดยห้องปฏิบัติการวิจัยของ กรีนพีช  ระบุว่า  ในจำนวนเถ้าลอยที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะผลิตออกมาในปริมาณที่มากกว่า 4,380,000  ตันต่อปี  มีส่วนประกอบของปรอทซึ่งเป็นโลหะหนักที่เป็นพิษต่อระบบประสาทของมนุษย์และสัตว์ในปริมาณ 39 ตัน

ช่วงปี พ.ศ. 2546-2547

เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะยื่นฟ้องการไฟฟ้าผ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่กรณีคดีระเมิดที่ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพจากเหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะจำนวน 3 คดี

ปี พ.ศ. 2546

รายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุพบปริมาณโลหะหนักเป็นพิษหลายชนิด เช่น  อาร์เซนิค  โครเมี่ยมและแมงกานีส เป็นต้น  ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำในพื้นที่รอบเหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะในระดับสูง

ปี พ.ศ. 2547

ศาลจังหวัดลำปาง ตัดสินให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย 5.7 ล้านบาทให้กับชาวบ้านแม่เมาะที่พืชผลได้รับความเสียหายจากมลพิษ

ปี พ.ศ. 2548

โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการยื่นฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองกรณีการทำลายแห่งหอยขมน้ำจืดโบราณอายุ 13 ล้านปีที่พบในพื้นที่เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ  ส่วนเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะได้ดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมซึ่งนำไปสู่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนที่แม่เมาะ

ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเหมืองและโรงไฟฟ้าถ่านหินรวมตัวกันเป็นเครือข่ายคนไม่เอาถ่านหินแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการพัฒนาเหมืองและโรงไฟ้ฟ้าถ่านหินและเร่งรัดพัฒนาพลังงานสะอาดในวาระที่มีการประชุมถ่านหินโลกที่ลำปาง

ปี พ.ศ. 2549

เครือข่ายคนไม่เอาถ่านหินแห่งประเทศไทย ร่วมกันอ่านคำประกาศชุมชนต่อต้านถ่านหินและสนับสนุนพลังงานสะอาด ในวาระที่มีการประชุมเรื่องถ่านหินสะอาดของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานฟอสซิลสะอาดภายใต้กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาพลังงานของรัฐและการสนับสนุนจากต่างประเทศซึ่งล้วนสร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนข้ามชาติรวมไปถึงผู้ผลิตในประเทศไทย จริงอยู่ที่ได้ไฟฟ้ามาบริการต่อสาธารณะในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นวิวัฒนาการที่ต่อเนื่องและผลกระทบนั้นเกิดขึ้นกับชุมชนดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัดจากสถิติผู้ป่วยและการวัดค่าการเปลี่ยนแปลงขึ้น ของน้ำและอากาศจากงานวิจัยที่ผ่านมา  ในขณะเดียวกันกลไกการทำงานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมใน จ.ลำปางเห็นได้ชัดว่ามีอำนาจรัฐเข้ามาควบคุมทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ

ปี พ.ศ. 2550

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

ปี พ.ศ. 2554

สำนักงานกฤษฏีกาได้ออกระเบียบราชกิจจานุเบกษาให้มีระเบียบกองทุนใหม่ ชื่อว่า “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2555

ชาวแม่เมาะกว่า 500 คนประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดทำโครงการชุมชนเสนอผ่านเวทีประชาคม

เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2555

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรได้มีหนังสือเชิญประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ชี้แจงหลักการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

3เมษายน พ.ศ. 2555

มีการร้องเรียนต่อกรรมการสิ่ทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ว่าการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าไม่โปร่งใส ประชาชนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วม วันนี้มีการเชิญประชาชนผู้ร้องและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบในกรณีใกล้เคียงกันมาชี้แจงข้อมูล  ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถนนแจ้งวัฒนะ

26 มิถุนายน 2555

ชาวแม่เมาะที่ได้รับผลกระทบจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม จากคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง

3-11 พฤษภาคม 2555

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ประกาศและกระจายข่าวหลายรูปแบบ ทั้งทางรถติดเครื่องขยายเสียง และเสียงตามสายในชุมชน เชิญชวนประชาชนที่อยู่ในเขตอำเภอแม่เมาะ กับ คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบลจำนวน 42 หมู่บ้าน จาก 5 ตำบลในอำเภอแม่เมาะให้จัดทำประชาคมโครงการชุมชน เป็นการแก้ปัญหาจากการร้องเรียน ซึ่งพบว่า โครงการเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว 8 โครงการจาก 4 ตำบลคณะกรรมการ คพรต. ไม่พิจารณา  มีหลายโครงการที่ได้รับการเสนอผ่านความเห็นชอบเวทีประชาคมหมู่บ้านในอันดับต้นๆ  ถูกกรรมการฯตัดทิ้งอย่างไร้เหตุผล  พบว่า คณะกรรมการ คพรต.ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ ทำให้มีการนำโครงการของตนเองในประเภทจัดซื้อจัดจ้างและการก่อสร้างนำเสนอผ่านประชาคมด้วย

18 พฤษภาคม 2555

นายอำเภอแม่เมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับกิจการพลังงานเขต 1 เชียงใหม่  ในฐานะกรรมการเลขานุการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าร่วมประชุมโดยในที่ประชุมได้มีการอภิปรายเรื่องความต้องการงบประมาณจัดสรร ตามสัดส่วนประชากรของแต่ละตำบล ตามรูปแบบโครงการหมู่บ้าน SML

การใช้สิทธิในการทวงถามความคืบหน้าจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในครั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ก็มิได้นำประเด็นของชาวบ้านมาหารือแต่อย่างใดยังคงปล่อยให้วาระการประชุมเป็นไปตามที่คณะกรรมการการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ  ได้กำหนดไว้เดิมคือการแบ่งสัดส่วนจัดสรรงบประมาณบริหารจัดการและปราศจากการจัดสรรงบประมาณสำหรับดูแลเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

จากกรณีที่คณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปางมิได้สนใจข้อเรียกร้องนี้ทำให้ชาวบ้านได้ประชุมหาข้อสรุปร่วมกันว่า ควรเดินทางเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เช่น คณะกรรมาธิการการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา  คณะอนุกรรมาธิการพัฒนาส่งเสริมตรวจสอบการพลังงานและเรื่องประชาชนการเมืองเพื่อความเป็นธรรมวุฒิสภาฯ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนผู้ตรวจการแผ่นดินหรือยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

ผลกระทบที่ตามมาชาวบ้านพบว่า จากการเดินทางเข้าร้องเรียนและชี้แจงต่อหน่วยงานต่างๆ ข้างต้นทำให้ชาวบ้านต้องเสียเวลาเดินทางหลายครั้งอีกทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำให้ต้องเรี่ยไรเงินสมทบจากกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ทุกข์ยากเดือดร้อนและยังเป็นผู้ป่วยที่มีภาระค่ารักษาอาการป่วยของตนเองเพิ่มขึ้นมากมายเกินฐานะที่เป็นอยู่เพื่อเรียกร้องสิทธิที่ตนควรได้

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบซึ่งอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ หรือเจ็บป่วยเกินกว่าที่จะร่วมเดินทางไปกับกลุ่มได้ ก็จะรอรับฟังข่าวความเคลื่อนไหวจากกลุ่มที่ติดตามผลการพิจารณาดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ หลายคนได้เสียชีวิตระหว่างรอการพิจารณาเยียวยาจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าด้วยสาเหตุการรอคอยที่ยาวนาน

7 มิถุนายน 2555  มีคำสั่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่ 97 / 2555 โดยนายดิเรก ลาวัลย์ศิริ  ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานเรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง  ข้อสังเกต  ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบที่พิสูจน์จากกระบวนการวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรม กลับไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นคณะกรรมการเนื่องจากการสรรหาคณะกรรมการในรูปแบบการเมืองที่มีพวกมากและผลประโยชน์เอื้อ ต่างตอบแทนเท่านั้นที่ผ่านขั้นตอนนี้เข้ามา

คณะกรรมการในกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง มีสองคณะประกอบด้วยคณะกรรมการระดับตำบล (คพรต.)  มีจำนวน 42  คนจาก 42 หมู่บ้าน และมาจากตัวแทนภาคอื่นอีก 19 คน รวม 61 คน จากนั้นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง  ทั้ง 61 คนจากนั้นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง ทั้ง 61 คนได้เลือกกันเองเพื่อขึ้นเป็นประธานรองประธานคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (คพรต.)  ซึ่งล้วนแต่เป็นคณะกรรมการภาคอื่นๆ  ทั้งสิ้น  ที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้อันมีผลต่อการพิจารณาอนุมัติกลั่นกรองโครงการชุมชน ที่ต่างเอื้อประโยชน์ในกลุ่มคณะกรรมการ คพรฟ. ที่มีจำนวน 30 คนในคณะนี้

คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีความสัมพันธ์กับฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทั้งหมดเริ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากมวลชนสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝายผลิตแห่งประเทศไทยแม่เมาะเป็นอันดับแรก โดยมี 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  2)นายอำเภอแม่เมาะเป็นรองประธาน   3)มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 1 มาจากฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ กฟผ. แม่เมาะ   4)ผู้ทรงคุณวุฒิคนที่ 2 มาจากผู้อำนวยการสถานศึกษาเขต 1 ในจังหวัดลำปาง   5)ผุ้แทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ 6)ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับกิจการพลังงานเขต 1 เป็นกรรมการและเลขานุการ

13 มิถุนายน  2555

มีการประชุมปรึกษาหารือ เรื่องแผนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการประจำปี 2555 ที่ศาลากลางจังหวัดลำปางโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานมีชาวบ้านจากตำบลแม่เมาะได้มาปักหลักประท้วงอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำปางด้วยความไม่พอใจที่ทราบว่ามีการจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เท่าเทียมกัน  การประชุมครั้งนี้จึงมีข้อยุติที่ให้ทุกตำบลมาประชุมหารือร่วมกันอีกครั้งระหว่างหัวหน้าส่วนราชการกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะจังหวัดลำปางเพื่อหาข้อยุติการแบ่งสรรงบประมาณและกำหนดแผนการจ่ายเงินประจำปี 2555

23 มิถุนายน 2555

คณะอนุกรรมาธิการการพลังงานวุฒิสภาฯ  ตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งดิน ต.ปลูกบ้านดง  อันเนื่องมาจากการทำเหมืองแร่ถานหินลิกไนต์ เพื่อสำไปผลิตกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแม่เมาะโดยมีชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คนจากหลายหมู่บ้านได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ  และขอร้องเรียนว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทำให้เจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษา ขาดการเยียวยาและร้องเรียนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ่ายค่าชดเชยสิ่งปลูกสร้างที่ต้องอพยพออกไปอยู่ที่แห่งใหม่ไม่เป็นธรรม

จากการเดินทางร้องเรียนบ่อยครั้งทำให้ชาวบ้านสูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังเสียความรู้สึกที่ไม่ได้รับความสนใจแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เข้าร้องเรียน  โดยคณะกรร้มาธิการต่างๆ  ขี้แจงว่า  ไม่ได้มีอำนาจในการจับกุมดำเนินคดีหรือสั่งการให้ผู้ถูกร้องทำตามที่ผู้ร้องต้องการใด้ อำนาจมีเพียงให้ความเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ ซึ่งหน่วยงานหรือผุ้ที่เกี่ยวข้องจะทำตามความเห็นหรือไม่นั้น  ก็เป็นดุลพินิจของหน่วยงานไม่สามารถบังคับได้นอกจากนี้ยังพบว่าหลังจากให้ข้อมูลกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภาแล้ว  คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะก็ไม่ได้สนใจนำเรื่องราวที่ชาวบ้านสอบถามเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

29 มิถุนายน 2555  ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง  คณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดลำปาง  จัดให้มีการประชุมพิจารณาโครงการชุมชนแม่เมาะโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานและมีผู้อำนวยการ สำนักงานกำกับกิจการพลังงานเขต 1 (สกพ.) เชียงใหม่ เป็นเลขานุการ  สรุปที่ประชุมเห็นชอบเสนอโครงการตามที่คณะกรรมการแต่ละตำบลในอำเภอแม่เมาะนำส่งมา ในขณะเดียวกันปรากฏว่า โครงการที่กลุ่มกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะนำเสนอผ่านเวทีประชาคมตามขั้นตอนระเบียบคู่มือกองทุนฯ  คณะกรรมการเหล่านี้กลับไม่นำเข้าสู่วาระการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ และ ไม่มีการพูดถึงประเด็นปัญหาที่มีการร้องเรียนหลายครั้ง ดังมีในรายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัย  “การติดตามฐานข้อมูลกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ” ฉบับนี้

ข้อสังเกต คณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการพิจารณาปัญหาที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิต ในเรื่องการจัดตั้งอนุกรรมการในแต่ละด้าน ที่ควรจะเป็นวาระเร่งด่วนเช่น ด้านการศึกษา  ด้านการเยียวยา  อันเป็นวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

9 กรกฎาคม 2555

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ประกอบด้วย

1.คณะทำงานกำกับหลักเกณฑ์การสนับสนุนโครงการชุมชนที่เป็นภาพรวมอำเภอแม่เมาะ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีปฏิบัติของโครงการชุมชนที่เป็นภาพรวมของอำเภอแม่เมาะ

2.คณะทำงานพิจารณาแผนงานประจำปี มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณา ตรวจสอบความเหมาะสม ความจำเป็นของโครงการชุมชนที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ คพรฟ.  เสอนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางให้ความเห็นชอบประกอบแผนงานประจำปี  เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาอนุมัติ

28 กรกฎาคม 2555

มีการจัดประชุม 2 เรื่อง ที่โรงแรมเวียงลคอร  จังหวัดลำปาง ประกอบด้วย

1.สำนักงานกำกับกิจการพลังงานจัดเวทีให้ความรู้ความเข้าใจต่อคณะกรรมการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

2.คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจัดการประชุมคณะทำงานกำหนดหลักเกณฑ์การสนับสนุนโครงกาชุมชน ที่เป็ฯภาพรวมของอำเภอแม่เมาะ

18 สิงหาคม 2555

การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเสียในการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพครั้งที่ 3

1795650_626747284045101_1098550193_n

ขอขอบคุณภาพจาก facebook “เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ”

19 สิงหาคม 2555

เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะร่วมกับสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกรณีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าลำปางบริหารงบประมาณผิดระเบียบกองทุน

22สิงหาคม 2555

การประชุมร่วมกรรมาธิการพลังงานสภาผู้แทนราษฎรกรณีการร้องเรียนของกลุ่มเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ ที่ร้องเรียนสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน เหตุไม่ทำตามระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าสืบเนื่องมาจากการร้องเรียนต่อกรรมาธิการการพลังงานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อครั้งที่แล้วที่อ้างถึงกรณีที่ทางเครือข่ายสิทธิผุ้ป่วยแม่เมาะ ผู้ร้องเรียนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่ทางกลุ่มมีการผลักดันให้เกิดกองทุนนี้ขึ้นมาโดยมติที่ประชุมเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อให้เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยเข้าถึงแหล่งทุนได้

24 สิงหาคม 2555

กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปางได้เสนอแนงานประจำปีงบประมาณไป 2555  มายังประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานเพื่อพิจารณาอนุมัติแผนงานประจำปี

7 กันยายน 2555

มีการประชุมร่วมคณะกรรมาธิการการพลังงานโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายอำเภอแม่เมาะ  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย “เรื่องการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เบื้องต้นมีผู้เสนอให้ตั้งงบไว้ที่กองทุนแล้วให้กลุ่มผู้ป่วยมาเบิกตามจ่ายจริงสองแนวทางคือ

แนวทางที่ 1 เบิกค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางไปหาหมอ

แนวทางที่ 2 เบิกค่าใช้จ่ายจากการให้หมอมาตรวจรักษาที่บ้าน

แต่กลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะไม่เห็นด้วยเนื่องจากเกรงปัญหาเบิกจ่ายซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรัฐที่ผิดระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ว่าด้วยการอนุมัติงบประมาณโครงการต้องไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณที่มีโครงการสนับสนุน

ชาวบ้านสิ้นหวังต่อกรรมาธิการ การพลังงานสภาผู้แทนราษฎร อันเป้นหน่วยงานหนึ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ชาวบ้านใช้เป็นเครื่องมือในการร้องเรรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนโยบายแห่งรัฐพัฒนาว่าด้วยการพลังงาน

1 ตุลาคม 2555

ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผนดิน

2 ตุลาคม 2555

ผู้แทนจากโรงไฟฟ้และกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปางร่วมชี้แจงอนุกรรมมาธิการ

17 ตุลาคม 2555

การประชุมชี้แจงระหว่างผู้ร้องและผู้ถูกร้องต่อคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาส่งเสริมตรวจสอบการพลังงานและเรื่องประชาชนการเมืองเพื่อความเป็นธรรมฯ วุฒิสภา

19 ตุลาคม2555

ชาวบ้านร้องต่อสื่อมวลชน ผ่านไทยพีบีเอสกลุ่มทีวีจอเหนือ

คุณมะลิวรรณ นาควิโรจน์ กล่าวโดยสรุปจังหวะก้าวเดินของคนในชุมชนแม่เมาะว่า   การติดตามการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า พบปัญหาอุปสรรคต่างๆ รวมถึงได้ค้นพบแนวทางแก้ไขที่ช่วยให้ผ่านพ้นปัญหา / อุปสรรคเหล่านี้ไปได้ซึ่งมีรายละเอียดคือ  การได้มาซึ่งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนประเภท ก.หมวด 1  บททั่วไปตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ประกาศได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าหน้า 5-6 เล่ม 128 ตอนพิเศษ 16 ง. 8 กุมภาพันธ์ 2554  ข้อ 8 (1) (2)  (3) (4 ) (5 ) และ(6 )

จากการคัดเลือกแบบลงคะแนนคล้ายการเมืองในระดับตำบล หมู่บ้านละ 1 คนแล้วเลือกประธาน คพรฟ. ตามอัตราส่วนเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองโครงการโดยให้คะแนนจากระดับความสำคัญเพื่อส่งโครงการสู่ระบบ คพรฟ.ทั้ง 5 ตำบล หลังจากนั้น คพรฟ.ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานประชุมพิจารณาอีกครั้ง ส่งให้ กกพ.พิจารณาแต่งตั้งซึ่งเป็นการตัดสิทธิ์คำว่า “การมีส่วนร่วมตามข้อ 8 (1-6 ) เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองและกลุ่มผู้มีอำนาจในท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดากรกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่ต้องหาทางแก้ไขโดยได้มองแนวทาง  การได้มาซึ่งคณะกรรมการภาคอื่นๆ ควรให้มีการสรรหากลุ่มองค์กรชุมชน / สภาเยาวขน / สถานศึกษา/ศาสนสถาน จัดสรรงบประมาณ 5%  เพื่อจัดให้ตั้งกองทุนชดเชยเยียวยาให้ผุ้ได้รับผลกระทบโดยตรงที่ได้รับการพิสูจน์จากกระบวนการวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมแล้ว ตามที่มีบัญชีรายชื่อผู้ฟ้องในศาลปกครองยึดหลักเกณฑ์การพิจารณาโดยเคร่งครัดตามที่ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นางมะลิวรรณ กล่าวอีกว่า ด้านการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศและรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณา

จากการติดตามพบว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ไม่นำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการของ คพรต.  และ คพรฟ. เสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้พิจารณา และ สำนักงานกำกับกิจการพลังงานทั้งในส่วนกลางและส่วนเขต 1 เชียงใหม่ ก็ไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเช่นกันโดยอ้างว่า มีเรื่องร้องเรียนมากมาย ไม่มีเวลาพิจารณาเรื่องเหล่านี้(แม้ว่าจะมีการลงลายมือชื่อรับเรื่องร้องเรียนและภาพถ่ายหรือวีดีโอบันทึกไว้ ทั้งในสำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอแม่เมาะและตามสถานที่การประชุมหรือแม้แต่ที่สำนักงานกำกับกิจการพลังงานเองหลายครั้งก็ตาม)

จากการติดตามการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าคุณมะลิวัลย์เห็นว่า  การบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้านี้ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของระเบียบการบริหารกองทุนที่ยังขาดหลักเกณฑ์ของการจัดทำแผนที่ชัดเจน  รวมถึงขาดการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้านี้ ทำให้การบริหารจัดการกองทุนนี้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

จากบริบทดังกล่าวข้างต้น คุณมะลิวัลย์มีข้อเสนอในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าดังนี้

ข้อเสนอด้านบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า  ของเครือข่ายผู้ป่วยฯแม่เมาะ ดังนี้

1. กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าควรมีหลักการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาและหลักเกณฑ์ของการจัดทำแผนงานที่ชัดเจน

2. ควรที่มีกฎหมายรองรับเพราะการที่ไม่ทำตามที่มีกฏหมายรองรับ นำไปสู่ปัญหาระบบการตรวจสอบบัญชีการจ่ายภาษีด้วย เนื่องจากมีคำถามเกิดขึ้นมากมายที่ตอบกับไม่ได้ชัดๆ ว่า ต้องจ่ายภาษีหรือไม่ จ่ายอย่างไร นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องหลักการในการใช้จ่ายงบประมาณว่าควรใช้ไปในเรื่องไหน เขาระบุว่ามีบางกรณีที่จังหวัดเอาไปใช้ในกิจการของจังหวัดแต่อจไม่เกียวกับผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้อยู่รอบโรงไฟฟ้าโดยตรง

3. ควรมีการติดประกาศเปิดเผยรายละเอียดผู้ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการว่าเป็นใครงบประมาณเท่าไร ดำเนินการที่ไหน ติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

picture mamao

ขอขอบคุณภาพจาก ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา 

ข้อเสนอแนะด้านยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

1. การปลุกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness Building Approach) มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและทัศนคติเชิงบวกในการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้กับสังคมไทยครอบคลุมทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนควบคู่ไปกับการปลูกฝังสร้างคำนิยมที่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องโดยอาศัยกลไกของสังคมเป็นการลงโทษผุ้กระทำผิดหรือทุจริตคอร์รัปชั่น

2. การพัฒนาองค์กร (Organization Development Approach)  มุ่งเน้นการพัฒนาองค์การทั้งภาครัฐภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นองค์การสีขาว มีการดำเนินการป้องกันและลดความเสี่ยงที่เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนวางระบบคัดกรองบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งในระบบราชการที่คำนึงถึงความมีเหตุผลทางคุณธรรม (Moral Reasoning)หรือความสามารถทางด้านจริยธรรม ( Ethicability)

3. เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม (Participatory Approach) มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในกระบวนการดำเนินงานของภาครัฐโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการซึ่งตั้งอยู่บนหนักการเปิดเผยและมีส่วนร่วมอันจะทำให้ภาคส่วนอื่นในสังคมได้เข้ามามีส่วนรับรู้ตรวจสอบหรือร่วมในกระบวนการใดใด  เพื่อให้กลไกการดำเนินการมีความถูกต้องชอบธรรมโปร่งใสและน่าเชื่อถือ

4. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย (Legal Approach)  โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงแก้ไขกฏหมายให้เป็นเครื่องมือป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีประสิทธิภาพตลอดจนยกระดับมาตรฐานกฎหมายด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริต (UNCAC)  รวมถึงการแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เอื้อไปสู่พฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ

5. การตรวจสอบเฝ้าระวังเชิงรุก (Surveillance Approach)  ควรมุ่งเน้นด้านการวางกลไกการตรวจสอบและเฝ้าระวังในเชิงรุกทั่งกลไกการเผ้าระวังของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกลไกการตรวจสอบตามกฎหมายและจัดให้มีการรับแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดรวมถึงการวางระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจรินประพฤติมิชอบ

เครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะฯ แม้ว่าการก้าวเดินเรียกร้องขอความเป็นธรรม เดินไปจนถึงจุดที่มีโอกาสกอรปกับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายเริ่มจาก  การรวมตัวด้วยความร่วมมือภายในกลุ่มคนร่วมตกทุกข์ได้ยากด้วยกัน  ไปสู่ความร่วมมือกลับเครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ ที่เป็นแกนนำในการชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์ให้กับคนรากหญ้าหลากหลายอาทิ ปัญหาที่ดิน ปัญหาบัตรประชาชนกับสมาชิกชนเผ่าพื้นเมือง  ปัญหาสารเคมี ปัญหากฎหมาย ฯลฯ และปัญหาแม่เมาะได้เข้าไปสู่ก้อนแห่งปัญหาของประชาชนในภาคเหนือ เรียกร้องสิทธิร่วมกัน นับเป็นก้าวแรกที่เครือข่ายผู้ป่วยเดินเข้าไปถึงผู้บริหารระดับชาติ ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรี และได้พบนายกรัฐมนตรี จนเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปสู่ทางออกที่ดีในการย้ายชุมชนออกจากโรงไฟฟ้า แต่การต่อสู้ก็มิได้เป็นคำตอบที่เบ็ดเสร็จ   ความบอบช้ำเจ็บปวดกับการรอคอยความผิดหวังและความตายที่รออยู่ตรงหน้า  การเรียกร้องให้มีการชดเชยเยียวยาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษโรงไฟฟ้าเป็นความสำเร็จที่ศาลสั่งแต่ไม่มีผลใดใดกับผู้ที่เรียกร้องจนกาลเวลาผ่านไปแล้วกว่า 10 ปี การเยียวยายังมิเกิดขึ้นเลย  สะท้อนภาพความจริงใจของรัฐหรือไม่ ในการวางแผนการบริหารจัดการพลังงานของชาติที่ไม่ได้มองผู้คนที่ได้รับผลกระทบเพียงแต่มองไปข้างหน้าคือความเจริญและเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าภายใต้ความทุกข์ยากของผู้คนจำนวนหนึ่งในประเทศนี้

ต้องยอมรับว่า เครือข่ายผู้ป่วยแม่เมาะและประชาชนชาวแม่เมาะไม่สามารถเดินไปตามแนวทางที่รัฐได้วางไว้ได้ส่วนหนึ่งเป็นความไม่จริงใจของภาครัฐตามที่กล่าวมาแล้วแต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากคนในตำบลเดียวกัน คนในอำเภอเดียวกัน หรือผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกันไม่มีความมั่นคงหรือแน่นอนอะไรเลย  ทุกคนพร้อมที่จะเดินออกนอกเส้นทางเสมอ  ผู้ป่วยก็พร้อมที่จะออกจากกลุ่มต่อสู้ด้วยการเสนอผลประโยชน์ให้  ผู้นำหมู่บ้านเป็นไปตามที่โรงไฟฟ้ากำหนด เพราะเป็นผู้ต่อเชื่อมกับขั้วอำนาจย่อมมองไปที่อำนาจและการตักตวง ดังนั้นผู้รับเคราะห์กรรมจึงต้องเผชิญกับความโลภของคนในท้องถิ่นด้วย ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายมากขึ้นจนสถานการณ์ยากแก่การแก้ไข  เป็นกระบวนการแห่งวังวลทุจริตที่น่าจะนำไปเป็นต้นแบบความเลวร้ายในสังคมไทยและเป็นตัวอย่างในการแก้ไขเช่นข้อเสนอของผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ป่วยที่ให้ข้อมูลกับทีมวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า

ฉะนั้นสถานการณ์ใน อ.แม่เมาะ จังหวัดลำปางจึงมองได้หลายมุมที่สามารถเป็นตัวอย่างในการนำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมไทยได้เป็นอย่างดี  ประการแรก เรื่องของโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่ลงมาสู่พื้นที่มิได้เปิดข้อมูลให้กับประชาชนอย่างชัดเจน สร้างอำนาจสร้างความคลุมเครือเพื่อเปิดทางไปสู่ความสำเร็จของโครงการใครจะเป็นอะไรช่างมัน  ตัวอย่างการต่อสู้ของชาวบ้านที่จนมุมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน  ก้าวขึ้นมาจับกลุ่มทำงานร่วมกันจนไปสู่ความสำเร็จได้ระดับหนึ่ง  หรืออีกมุมคือต้นแบบของการถอดรหัสการใช้อำนาจรัฐไปสู่การคอร์รัปชั่นทั้งระบบ จนส่งผลไปถึงงานในวิชาชีพแม้กระทั้งนายแพทย์ก็มิกล้าแสดงความเป็นวิชาชีพเพื่อรักษาคนป่วยได้  อีกมุมมองอาจมองไปถึงความก้าวหน้าในวิวัฒนาการของกฎหมายเมืองไทยที่ค่อยๆ เป็นเครื่องมือของประชาชนและค่อยๆ คลี่คลายปมของชาวบ้านได้จนปัจจุบันชาวบ้านหรือผู้ป่วยไม่ด้อยค่ากับภาครัฐสามารถต่อสู้กันได้ด้วยกฎหมายเป็นเครื่องมือและสะท้อนภาพไปในอดีตได้ว่า ประชาชนขาดไปซะทุกอย่างจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่ความคิดของตนเองก็ยินยอมไปกับข่าวสารด้านเดียวของภาครัฐกลายเป็นคนหลงผิดจนเกิดมลพิษจึงค่อยรู้สึกตัว  เสียงของพวกเขาในแม่เมาะอาจเป็นตัวอย่างหรือบทเรียนให้กับทุกพื้นที่ในโลกนี้ที่จะมีเหมืองจากฟอสซิลประชาชนที่ทราบเรื่องของแม่เมาะแล้วจะได้ตระหนักรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเขาในอนาคตถ้าเหมืองฟอสซิลมาตั้งใกล้บ้าน

สมโรจน์  สำราญชลารัตน์   เขียน

 

Loading...
Loading...